คำศัพท์ประกันชีวิตที่ควรต้องรู้ก่อนทำประกัน มีอะไรบ้าง?

2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

คำศัพท์ประกันชีวิตที่ควรต้องรู้ก่อน สมัครทำประกัน มีอะไรบ้าง ??? มาดูกัน

        สำหรับบางคนที่ยังไม่เคยซื้อประกันชีวิต  ประกันสุขภาพ คงจะยังงงๆ  หรือไม่ทราบความหมายของคำศัพท์เกี่ยวกับประกันชีวิต ซึ่งเป็นคำศัพท์เฉพาะ  หรือคำศัพท์แปลกๆ ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน  ดังนั้น ก่อนซื้อประกันมาลองอ่านทำความเข้าใจคำศัพท์ประกัน ไปพร้อมๆ กันครับ

ผู้เอาประกันภัย(Insured)  หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีหน้าที่ชำระเบี้ยประกันภัยให้กับผู้รับประกันภัยจนกว่าจะครบกำหนดตามที่ตกลงไว้ในสัญญา  ยกตัวอย่าง  เข้าใจง่าย ๆ คือ ผู้ที่จะซื้อกรมธรรม์นั่นเอง  เช่น  นายเมืองไทย จะซื้อประกันให้ตัวเอง  นายเมืองไทยก็คือ ผู้เอาประกัน นั่นเอง  

ผู้รับประกันภัย(Insurer)  หมายถึง   บริษัทประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัย
อย่างถูกต้องตามกฎหมาย  มีหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์
จากภัยที่เกิดขึ้นตามเงื่อนไขในสัญญา 

ผู้รับประโยชน์(Beneficiary)  หมายถึง  ผู้มีสิทธิได้รับผลประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
ซึ่งผู้รับประโยชน์จะมีการกำหนดไว้หรือไม่ก็ได้ถ้าไม่ได้กำหนดไว้  ก็จะเป็นทรัพย์สินในกองมรดกของผู้เอาประกันภัย  ยกตัวอย่าง  เช่น  นายเมืองไทยซื้อประกันชีวิต  1 ล้านบาท มอบให้  นางเมืองไทย ภรรยา เป็นผู้รับประโยชน์   ถ้านายเมืองไทย เสียชีวิต  นางเมืองไทยก็ได้รับเงิน 1 ล้านบาท ในฐานะผู้รับประโยชน์    โดยผู้รับประโยชน์ต้องมีส่วนได้เสียทางสายเลือด เช่น  พ่อ  แม่  ภรรยา  บุตร  พี่  น้อง  ลุง  ป้า  น้า  อา หลาน ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นต้น

ทุนประกัน หรือ จำนวนเงินเอาประกัน (Sum Assured)  หมายถึง  

  • จำนวนเงินที่จะได้รับจากบริษัทประกันชีวิตในกรณีครบกำหนดสัญญาหรือเสียชีวิต(ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในการรับประกัน)
  • ทุกๆแบบประกันจะมีการกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำไว้
  • บางแบบประกันอาจจะมีส่วนลดถ้าเลือกซื้อจำนวนเงินเอาประกันภัยสูงขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น  นายเมืองไทย ทำประกันชีวิต ทุนประกัน หรือ จำนวนเงินเอาประกัน  1,000,000  บาท  ดังนั้น หากนายเมืองไทย เสียชีวิต บริษัทจะจ่ายเงินตามทุนประกัน คือ 1,000,000 บาท ให้กับผู้รับประโยชน์ที่ได้ระบุไว้       หรือ ถ้าครบสัญญา นายเมืองไทยไม่เสียชีวิต  บริษัทก็จะจ่าย ทุนประกันคืนให้กับนายเมืองไทย 1,000,000 บาท ตามทุนประกันที่ได้ซื้อเอาไว้

อายุรับประกัน  หมายถึง เกณฑ์อายุที่รับทำประกัน เช่น  อายุรับประกันตั้งแต่ 30 วัน - อายุ 80 ปี  โดยใช้ปีพศ ปัจจุบัน - ลบด้วย ปีพศเกิด  ยกตัวอย่าง เกิด 1 กรกฎาคม 2546   อายุ เท่ากับ 2569 - 2546 = อายุ 23 ปี อยู่ในเกณฑ์อายุรับประกัน

ระยะความคุ้มครอง (Policy Term)  หมายถึง  ระยะเวลาคุ้มครองคือระยะเวลาที่กรมธรรม์จะให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันหลายคนคิดว่าเป็นระยะเวลาที่ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยแต่จริงๆแล้วระยะเวลาคุ้มครองคือช่วงเวลาที่กรมธรรม์ยังมีผลอยู่และผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองในช่วงเวลานั้น   

ยกตัวอย่าง เช่น 

10/5 หมายถึง ระยะความคุ้มครอง 10 ปี     

20/14  หมายถึง ระยะเวลาคุ้มครอง 20 ปี

25/16  หมายถึง ระยะเวลาคุ้มครอง 25 ปี

80/10 หมายถึง ระยะเวลาคุ้มครองถึงอายุ 80 ปี

90/90  หมายถึง ระยะเวลาคุ้มครองถึงอายุ 90 ปี

99/20  หมายถึง ระยะเวลาคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี

ระยะเวลาชำระเบี้ย  หมายถึง จำนวนปี หรือ จำนวนงวดในการที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายเบี้ยประกันให้กับบริษัท

ยกตัวอย่าง เช่น 

10/5 หมายถึง ระยะความคุ้มครอง 10 ปี   /  ระยะเวลาชำระเบี้ย 5 ปี 

20/14  หมายถึง ระยะเวลาคุ้มครอง 20 ปี  /  ระยะเวลาชำระเบี้ย 14 ปี 

25/16  หมายถึง ระยะเวลาคุ้มครอง 25 ปี  /  ระยะเวลาชำระเบี้ย 16 ปี 

80/10 หมายถึง ระยะเวลาคุ้มครองถึงอายุ 80 ปี  /  ระยะเวลาชำระเบี้ย 10 ปี 

90/90  หมายถึง ระยะเวลาคุ้มครองถึงอายุ 90 ปี /  ระยะเวลาชำระเบี้ยถึงอายุ 90 ปี 

99/20  หมายถึง ระยะเวลาคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี /  ระยะเวลาชำระเบี้ย 20 ปี 

เบี้ยประกัน Premium  หมายถึง จำนวนเงินที่บุคคลหรือองค์กรต้องจ่ายให้กับผู้รับประกันภัยตามรายละเอียดกรมธรรม์โดยทั่วไปแล้วเบี้ยประกันต้องจ่ายให้กับบริษัทประกันเพื่อรับความคุ้มครองต่างๆภายใต้เงื่อนไขที่ระบุไว้
●  โดยทั่วไปจะคำนวณจากอายุ  อาชีพ  เพศ  สุขภาพ
●  สามารถเลือกชำระเบี้ยเป็น  รายเดือน(12งวด) / ราย 3 เดือน(4 งวด) / ราย 6 เดือน(2งวด) หรือ รายปี

ผลประโยชน์ (Benefits)  ได้แก่

สัญญาหลักมักมีการจ่ายผลประโยชน์ดังนี้:
1.กรณีมีชีวิตอยู่ จ่าย 2 กรณี คือ
○ เงินคืนระหว่างสัญญา
○ เงินคืนเมื่อครบสัญญา

2.กรณีเสียชีวิต จ่ายกรณีเดียว คือ
○ ทุนประกันชีวิต

ผลประโยชน์มักจะคิดเป็น% ของทุนประกันและมักมีเงื่อนไขยกเว้นการรับผลประโยชน์ คือไม่จ่าย เช่น
●ผู้รับผลประโยชน์ฆ่าตาย
●ฆ่าตัวตายภายใน1 ปี
●ปกปิด/ ให้ข้อมูลเท็จเรื่องประวัติสุขภาพแล้วเสียชีวิตภายใน 2 ปี

สัญญาหลักมักมีการจ่ายผลประโยชน์ดังนี้:
●จ่ายตามจริง เช่น จ่ายตามทุนประกันชีวิต
●จ่ายตามวงเงิน เช่น จ่าย 120% ของทุนประกันชีวิต  หรือ จ่าย 101%ของเบี้ยประกัน

มูลค่าเงินสด (Cash Value)  หมายถึง  มูลค่าเงินที่สะสมไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิตบางประเภทที่สามารถกู้โดยเอากรมธรรม์เป็นหลักประกันออกมาใช้ได้ในระหว่างที่ผู้เอาประกันยังมีชีวิตอยู่และยังไม่สิ้นผลบังคับกรมธรรม์

เงื่อนไขการแนบสัญญาเพิ่มเติม  หมายถึง  บางแบบประกันอาจมีข้อกาหนดบังคับแนบสัญญาเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มให้ความคุ้มครองครอบคลุมและบางแบบอาจมีข้อจากัดในการแนบสัญญาเพิ่มเติม

ความรับผิดชอบส่วนแรก (Deductible)  หมายถึง  ค่าใช้จ่ายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับภาระตามข้อตกลงของสัญญาประกันภัยโดยอาจจะเป็นการเคลมด้วยประกันอื่นก่อนตามจานวนเงินที่เลือกหรือเลือกจ่ายส่วนแรกเป็นเงินสดของเราเองก็ได้ประกันอื่นที่จะใช้เคลมอาจเป็นประกันกลุ่ม, ประกันสังคม, หรือสวัสดิการข้าราชการต่างๆก็ได้

ระยะเวลาผ่อนผัน (Grace Period) หมายถึง  ระยะเวลาผ่อนผันคือช่วงเวลาที่บริษัทประกันให้โอกาสผู้เอาประกันจ่ายเบี้ยประกันภัยที่ค้างอยู่หากไม่สามารถจ่ายเบี้ยประกันภัยภายในวันที่กาหนดเพื่อที่จะให้ได้ความคุ้มครองยังคงคุ้มครองอยู่โดยเฉพาะประกันสุขภาพหากเกินระยะเวลาผ่อนผันอาจจะมีผลเกี่ยวกับการเรียกร้องสินไหมได้เช่นกัน

การเวนคืนกรมธรรม์ (Surrender)  หมายถึง  การเวนคืนกรมธรรม์คือการขอคืนทุนประกันบางส่วนเมื่อยกเลิกกรมธรรม์หลายคนคิดว่าเป็นการยกเลิกกรมธรรม์ทันทีและไม่ได้รับเงินคืนแต่จริงๆแล้วหากยกเลิกกรมธรรม์ก่อนครบกาหนดบริษัทประกันภัยจะคืนเงินบางส่วนที่เรียกว่ามูลค่าเวนคืนให้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์นั้นๆและแผนประกันที่ทาไว้



Powered by MakeWebEasy.com